ชัยภูมิวิกฤต หมอกควันไฟป่าเทือกเขาภูแลนคา ทำค่า PM2.5 พุ่งสูง ชาวบ้านเสี่ยง

ชัยภูมิวิกฤต หมอกควันไฟป่าเทือกเขาภูแลนคา ทำค่า PM2.5 พุ่งสูง พบแล้ว 7 จุด ชาวบ้านเสี่ยงเป็นโรคทางเดินหายใจ หมอเตือนใส่แมสก์ออกจากบ้าน วอนอย่าเผาป่า

วันที่ 31 มี.ค.64 ผู้สื่อข่าวรายงานความคืบหน้าไฟป่าเขตพื้นที่ จ.ชัยภูมิ หลังการเกิดไฟไหม้ป่าในเขตเทือกเขาภูแลนคา ที่เชื่อมต่อติดกับฝั่งเขตอุทยานแห่งชาติตาดโตน อ.เมือง จ.ชัยภูมิ บริเวณด้านหลังที่ทำการ อบต.ห้วยไร่ อ.คอนสวรรค์ จ.ชัยภูมิ ที่มีผู้ลักลอบแอบเผาเพื่อหวังจะเก็บของป่า เบื้องต้นวอดกว่า 400 ไร่ ในช่วงเย็นวันที่ 30 มี.ค.ที่ผ่านมา

ขณะที่ นายนพวงศ์ พฤกษชาติ หัวหน้าอุทยานแห่งชาติตาดโตน อ.เมืองชัยภูมิ ได้วางแผนและแบ่งกำลังนำเจ้าหน้าที่ อช.ตาดโตน เจ้าหน้าที่พิทักษ์ไฟป่า อช.ตาดโตนชัยภูมิ ออกดับทั้งทำแนวเขตควบคุมเพลิงตลอดทั้งคืน ตั้งแต่เวลา 17.00 น. (วันที่ 30 มี.ค.) แม้เจ้าหน้าที่ อช.ตาดโตน เจ้าหน้าที่พิทักษ์ไฟป่า อช.ตาดโตน ได้ขอระดมกำลังร่วมเจ้าหน้าที่ อบต.ห้วยไร่ กู้ภัยสว่างคุณธรรมและชาวบ้านพื้นที่ใกล้เคียงได้ออกช่วยกันใช้อุปกรณ์ดับเพลิงที่พอหาได้ ช่วยกันดับและทำแนวเขตกั้นไม่ให้เพลิงลุกลามออกไปเป็นแนวกว้างขึ้นกว่าเดิม ถึงปัจุบันจะควบคุมไฟป่าไม่ให้ลุกลามไปในพื้นที่ใกล้ชุมชนได้

ขณะที่เจ้าหน้าที่กำลังเฝ้าระวังและควบคุมเพลิงในพื้นที่ นายนพวงศ์ ก็ได้รับแจ้งว่าเกิดเพลิงไหม้อีกหนึ่งจุด จึงได้แบ่งกำลังเคลื่อนย้ายนำเจ้าหน้าที่ดับไฟป่า ไปยังพื้นที่ป่าในเขต ต.นาหนองทุ่ม อ.แก้งคร้อ จ.ชัยภูมิ เพื่อเร่งควบคุมสถานการณ์ให้เร็วที่สุด หลังพบมีผู้ลักลอบจุดไฟเผาป่าเพื่อหาของป่าลามไหม้อีกรวมวันเดียวกันเป็น 3 จุด

ด้าน นางลักษณา หิรัญวรรณ ปลัด อบต.ห้วยไร่ ปฎิบัติหน้าที่นายก อบต.ห้วยไร่ ได้เร่งนำเจ้าหน้าที่ป้องกันสาธารณภัย อบต.ห้วยไร่ หน่วยผจญเพลิงอาสาสมัครมูลนิธิฯ หน่วยงานในพื้นที่ ร่วมออกพื้นที่ด้วย ก่อนที่จะร่วมประชุมวางแผนเพื่อที่จะกระจายกำลังออกไปควบคุมไฟป่าต่อเนื่องทั้งวันทั้งคืนเป็นวันที่ 2 จนเจ้าหน้าที่ทุกคนเริ่มอ่อนเพลียกันหลายคน

ล่าสุดสรุปข้อมูลจากทาง สนง.ป้องกันภัยฝ่ายพลเรือน จังหวัดชัยภูมิ ผลของการเผาป่าจนเกิดไฟไหม้ในวันที่ 30-31 มี.ค. รวม 7 จุด มีพื้นที่เสียหาย 275 ไร่ คือจุดที่ 1.บริเวณอุทยานแห่งชาติตาดโตน ในพื้นที่บ้านซับรวงไทร ต.นาเสียว อ.เมืองชัยภูมิ, 2.วัดน้ำผุด บ้านซับทอง ต.ห้วยไร่ อ.คอนสวรรค์ฐ 3.บ้านดงเย็น ต.ห้วยไร่ อ.คอนสวรรค์

4.บ้านชับผักกูด ต.ห้วยไร่ อ.คอนสวรรค์, 5.บ้านซับสมบูรณ์ ต.ห้วยไร่ อ.คอนสวรรค์, 6.บ้านโคกไม้งาม ต.ห้วยไร่ อ.คอนสวรรค์ และ 7.พื้นที่บ้านนาหนองทุม ต.นาหนองทุม อ.แก้งคร้อ จ.ชัยภูมิ บริเวณรอบอุทยานแห่งชาติตาดโตน

ทั้งยังสร้างผลกระทบจากกลุ่มหมอกควันหนาแน่นเข้าปกคุมหมู่บ้านใกล้เคียงแผ่ออกเป็นบริเวณกว้างใน 3 อำเภอ คือเขตรอยต่อระหว่างหมู่บ้านนาเสียว อ.เมืองชัยภูมิ ที่บ้านซับผักกูด ต.ห้วยไร่ อ.คอนสวรรค์ และเขตรอยต่อ ต.นาหนองทุ่ม อ.แก้งคร้อ จ.ชัยภูมิ

ซึ่งยังทำให้สร้างความสูญเสียทรัพยากรป่าไม้ กลายเป็นพื้นดินเสื่อมโทรม ทำให้เกิดมลพิษทางอากาศมีหมอกควันหรือฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM 2.5 พุ่งขึ้นสูงสุดถึง 104 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร อยู่ในช่วงสีส้ม ที่ต้องเฝ้าระวังอันตราย ส่งผลถึงสุขภาพของประชาชน กระทบกับโรคทางเดินหายใจได้ง่ายอีกด้วย

ด้าน นพ.วชิระ บถพิบูลย์ สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดชัยภูมิ เผยว่า ปัจจุบันในเขตพื้นที่จังหวัดชัยภูมิทั้ง 16 อำเภอ ก็มีปัญหาเรื่องการเผาไร่อ้อย ตอซังข้าว ไร่นา หรือเผาในที่แจ้งที่ชุมชน ทำให้เกิดฝุ่นละอองขนาดเล็ก หรือ PM 2.5 ที่ตาเรามองไม่เห็นอยู่แล้ว และในขณะนี้ ยังมีการลักลอบเผาป่า ทำให้เกิดไฟไหม้ครั้งใหญ่กินบริเวณกว้างหลายอำเภอ หลายหมู่บ้าน จนทำให้มีหมอกควัน

รวมทั้งเถ้าผงจากการเผาไหม้จำนวนมากเข้าปกคลุมและปลิวลอยในอากาศ ก่อให้เกิดค่าฝุ่นขนาดเล็กหรือ PM 2.5 พุ่งขึ้นในระดับสีส้มอย่างรวดเร็ว จึงอันตรายอย่างมากต่อบุคคลหรือผู้ป่วยที่ต้องสูดดมละอองฝุ่นเข้าไปโดยไม่รู้ตัว ทำให้เกิดโรคทางเดินหายใจโดยตรง จึงอยากฝากเตือนประชาชนพี่น้องชาวชัยภูมิ ก่อนออกจากบ้านก็ขอให้สวมใส่แมสก์ที่ช่วยปกป้องฝุ่นควันขนาดเล็กหรือ PM 2.5 เพิ่มอีกด้วย และขอให้พี่น้องประชาชนชาวชัยภูมิ ช่วยกันบอกไม่เผาในที่แจ้งอีกด้วย

ADD YOUR COMMENT

Your email address will not be published. Required fields are marked *