ครูญี่ปุ่น ล่ารายชื่อส่ง กระทรวงศึกษาฯ ‘ยกเลิกบังคับชุดนร.’ มุ่งแก้ปัญหาสังคม

กลุ่มนร.นศ.ครู ทนายความ ล่ารายชื่อ ยื่นคำร้อง ต่อกระทรวงศึกษาฯญี่ปุ่น แก้กฎ ยกเลิกบังคับชุดนร.มุ่งแก้ปัญหาสังคม ลดความเครียด และ ลดปัญหาเหยื่อทางเพศ

อย่างที่ทราบกันดีว่าโรงเรียนมัธยมศึกษาตอนต้นและตอนปลายของญี่ปุ่นส่วนใหญ่ กำหนดให้นักเรียนสวมชุดเครื่องแบบนักเรียน โดยทั่วไปแล้ว เครื่องแบบจะประกอบด้วย กางเกงสแล็คหรือกระโปรงพลีท เสื้อเชิ้ต เน็คไทหรือริบบิ้น และเสื้อเบลเซอร์ที่มีโลโก้ของโรงเรียน แต่ไม่ใช่ว่าทุกคนจะชื่นชอบชุดนักเรียนที่ดูปราณีตเหล่านี้

กลุ่มพันธมิตรของนักเรียน ครู และทนายความ ได้เขียนคำร้องเพื่อให้ นักเรียนมีสิทธิ์เลือกว่าพวกเขาต้องการสวมเครื่องแบบไปโรงเรียนหรือไม่ โดยขณะนี้ พวกเขาสามารถรวบรวมรายชื่อได้เกือบ 19,000 รายชื่อจากทั่วประเทศแล้ว เพื่อสนับสนุนให้กระทรวงศึกษาธิการของญี่ปุ่น ปรับเปลี่ยนกฎเกณฑ์ดังกล่าว

คำร้องมีหัวข้อว่า “คุณมีอิสระที่จะเลือกที่จะไม่สวมเครื่องแบบในโรงเรียนของคุณหรือไม่?” แคมเปญรณรงค์นี้ ถูกสร้างขึ้นโดย ฮิเดมิ ไซโตะ (ชื่อสมมติ) เขาเป็นครูโรงเรียนแห่งหนึ่งในจังหวัดกิฟู ซึ่งไม่เพียงแต่ได้รับการสนับสนุนจากนักเรียนและครูคนอื่นๆ แต่แคมเปญนี้ยังได้รับการสนับสนุนจากคณะกรรมการทนายความด้านการศึกษา นักธุรกิจ และ นักเคลื่อนไหวทางสังคมอีกด้วย

คุณครูไซโตะ ต้องการปรับเปลี่ยนกฎบังคับชุดนักเรียน เนื่องจากเขาสังเกตเห็นว่าเครื่องแบบนักเรียนดูเหมือนจะไม่ส่งผลกระทบต่อพฤติกรรมของนักเรียน ในช่วงการระบาดของโควิด-19 ตั้งแต่เดือนมิถุนายน 2020 นักเรียนที่โรงเรียนของไซโตะ ได้รับอนุญาตให้เลือกสวมเครื่องแบบหรือชุดลำลองไปโรงเรียนได้ เพื่อให้นักเรียนสามารถซักทำความสะอาดเครื่องแบบอย่างสม่ำเสมอ และลดการระบาดของโควิด-19

ด้วยเหตุนี้นักเรียนจำนวนมากจึงแต่งกายมาเรียนด้วยชุดลำลอง แต่ไซโตะ สังเกตเห็นว่า เป็นเวลากว่าครึ่งปี ที่นักเรียนไม่ได้สวมเครื่อง แต่กลับไม่มีปัญหาใด ๆ เกิดขึ้นที่โรงเรียนของเขา ในทางตรงกันข้ามดูเหมือนว่า นักเรียนจะมีความรู้สึกอิสระมากขึ้นที่พวกเขาสามารถเลือกสวมเสื้อผ้าได้ และส่งผลให้สภาพแวดล้อมในโรงเรียนมีความเคร่งเครียดลดลงเล็กน้อย

จากเหตุผลดังกล่าว ทำให้ ไซโตะ เริ่มสร้างเรื่องรณรงค์นี้ เพราะเขาเชื่อว่าโรงเรียนในญี่ปุ่นมีกฎระเบียบที่จำกัดพฤติกรรมของนักเรียนมากเกินไปและส่งผลเสียต่อสุขภาพจิตของนักเรียน เขาเชื่อว่ากฎระเบียบในญี่ปุ่น เช่น ข้อกำหนดที่ว่านักเรียนต้องสวมชุดชั้นในสีขาวเท่านั้น หรือไม่ได้รับอนุญาตให้ออกเดทหรือทำงานพิเศษ หรือไม่ได้รับอนุญาตให้ถักเปียหรือย้อมสีผม เป็นสิ่งที่ไม่จำเป็นกับการศึกษา

รวมถึงก่อนหน้านี้ กระทรวงศึกษาธิการ มีการบังคับใช้กฎของโรงเรียนที่เข้มงวด จนเป็นสาเหตุให้นักเรียนกว่า 5,500 คน ไม่ไปโรงเรียน ดังนั้นกลับกลายเป็นว่า กฎระเบียบเป็นอุปสรรคที่กีดกันนักเรียนออกจากระบบการศึกษาและเสียโอกาสทางการศึกษา

ไซโตะเชื่อว่าการบังคับเครื่องแบบ อาจเป็นกฎข้อหนึ่งของโรงเรียน ที่ทำให้นักเรียนเกิดความเครียด เขาระบุเหตุผลหลายประการในคำร้องว่า ทำไมเครื่องแบบนักเรียน สามารถทำลายสุขภาพจิตของนักเรียนได้

เช่น นักเรียนข้ามเพศที่ถูกบังคับให้สวมเครื่องแบบที่ต่างไปจากเพศวิถี เครื่องแบบนักเรียนมีราคาแพงมาก และเครื่องแบบนักเรียน โดยเฉพาะเครื่องแบบนักเรียนหญิง กลับทำให้นักเรียนหญิงตกเป็นเป้าหมายของคนที่มีรสนิยมทางเพศที่ไม่เหมาะสมต่อเด็กและผู้หญิง

กล่าวให้ชัดเจนอีกครั้ง คำร้องที่ไซโตะเรียกร้องนั้น ไม่ใช่การขอให้ยกเลิกเครื่องแบบทั้งหมด แต่เขาเชื่อในเสรีภาพในการเลือก เขาตั้งข้อสังเกตจากการศึกษาผลสำรวจในอดีตของประเทศว่า นักเรียนที่สนับสนุนการสวมเครื่องแบบและชุดลำลอง ในอดีตนั้นมีจำนวนไม่ต่างกันนัก โดยผู้ที่ต้องการสวมใส่ชุดเครื่องแบบนักเรียนนั้น มักจะให้เหตุผลว่า ต้องการปกปิดสถานภาพทางเศรษฐกิจของตนเอง นั่นหมายถึง การให้เสรีภาพในการเลือก จะทำให้ทุกฝ่ายได้ประโยชน์และพึงพอใจ

ดังนั้นคำร้องของการรณรงค์นี้ จึงมีข้อเรียกร้อง ต่อ กระทรวงศึกษาธิการวัฒนธรรมกีฬาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีของญี่ปุ่น 4 ประการ ได้แก่

1.กระทรวงฯต้องชี้แจงว่า โรงเรียนมีสิทธิ์บังคับให้นักเรียนสวมเครื่องแบบนักเรียนที่นักเรียนไม่ชอบหรือไม่

2.กระทรวงฯ ต้องศึกษาเกี่ยวกับกฎระเบียบและการปฏิบัติจริงของเครื่องแบบนักเรียนและระเบียบการแต่งกายทั่วประเทศ

3.กระทรวงต้อง ให้โรงเรียนสร้างระบบที่เมื่อโรงเรียนประกาศกฎ แล้วสามารถเปิดให้นักเรียนและผู้ปกครองสามารถแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับพวกเขาได้

4.กระทรวงต้องชี้แจงว่า โรงเรียนควรยกเลิกกฎที่ส่งผลกระทบต่อสุขภาพจิตของนักเรียนทันที

คำร้องในเว็บไซต์ Change.org ถูกส่งไปยังกระทรวงศึกษาธิการเมื่อวันที่ 26 มี.ค.ที่ผ่านมา แต่ก็ยังคงเปิดให้ประชาชนที่จะลงนาม มีผู้เข้ามาแสดงความคิดเห็นจำนวนมาก เช่น

“การที่นักเรียนหญิงไม่ได้รับอนุญาตให้สวมกางเกงหรือแม้แต่กางเกงรัดรูปในฤดูหนาวถือเป็นการละเมิดสิทธิมนุษยชนโดยสิ้นเชิง”, “โรงเรียนประถมให้เด็ก ๆ ใส่ชุดลำลอง ฉันเลยไม่เข้าใจว่า ทำไมโรงเรียนมัธยมต้นและมัธยมปลายต้องมีเครื่องแบบ ฉันไม่ชอบความคิดที่ว่าทุกคนต้องมีหน้าตาเหมือนกัน”, “เครื่องแบบเป็นสิ่งจำเป็น เพราะสะดวกสำหรับรัฐในการบริหารคน เช่นเดียวกับเครื่องแบบในเรือนจำ กฎแบบนี้ มีไว้เพื่อทำลายอัตลักษณ์ส่วนบุคคลของนักเรียน” เป็นต้น

ทั้งนี้ ในขณะนี้ กระทรวงศึกษาธิการวัฒนธรรมกีฬาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีของญี่ปุ่น ยังไม่ได้ตอบกลับอย่างเป็นทางการ ดังนั้นชาวญี่ปุ่นจึงกำลังจับตาดูว่า จะได้รับการตอบสนองต่อคำร้องนี้อย่างไร แต่ชาวญี่ปุ่นจำนวนมาก หวังว่าจะมีการเปลี่ยนแปลงที่ดีเกิดขึ้นในอนาคต สำหรับโรงเรียนในญี่ปุ่น

ขอบคุณข้อมูล SoraNews24

ADD YOUR COMMENT

Your email address will not be published. Required fields are marked *