สตม. จับแก๊งต้มตุ๋น อ้างเป็นผจก.สเตทควอรันทีน ตุ๋นต่างชาติโอนมัดจำ

สืบสวน สตม. จับแก๊งต้มตุ๋น อ้างตัวเป็นผู้จัดการ ASQ (Alternative state Quarantine) หลอกต่างชาติโอนเงินมัดจำ ซ้ำเติมช่วงโควิด19

เมื่อวันที่ 30 มี.ค. พล.ต.ท.สมพงษ์ ชิงดวง ผบช.สตม. พล.ต.ต.พรชัย ขันตี รองผบช.สตม. พล.ต.ต.อาชยน ไกรทอง รอง ผบช.สตม. พล.ต.ต.พันธนะ นุชนารถ ผบก.สส.สตม. ร่วมกันแถลงข่าว จับแก๊งหลอกโอนเงิน โดยอ้างเป็นผู้จัดการ ASQ (Alternative state Quarantine)

เนื่องด้วยได้ทางสตม.รับแจ้งจาก น.ส.นิโคล (ขอปกปิดชื่อนามสกุลจริง) ว่าลูกชาย คือ นายทาบิโซ่ (ขอปกปิดชื่อนามสกุลจริง) สัญชาติแอฟริกาใต้ จะเดินทางเข้าประเทศไทย จึงได้ติดต่อจองโรงแรมซึ่งเป็นสถานที่กักตัวทางเลือก หรือ ASQ (Alternative state Quarantine) โดยในการติดต่อเข้าพักได้แจ้งความประสงค์ผ่านทาง https://asq.wanderthai.com

ต่อมาได้มีคนร้ายอีเมลมาแจ้งว่าเป็นผู้จัดการโรงแรม และขอเก็บค่าธรรมเนียมโดย น.ส.นิโคล ได้โอนเงินจำนวน 35,000 บาท ไปตามบัญชีที่ได้รับแจ้ง ต่อมาภายหลังจึงทราบว่าไม่ใช่การดำเนินการของทางโรงแรม ทำให้ได้รับความเสียหาย

เจ้าหน้าที่กก.สส.บก.ตม.3 ได้ทำการสืบสวนหาตัวผู้ใช้ ผู้ถอนเงิน จนกระทั่งทราบว่า ผู้ใช้ผู้ถอนเงินจากบัญชีดังกล่าว คือ น.ส.แอมมี่ (ขอปกปิดชื่อนามสกุลจริง) และจากการตรวจสอบพบว่า น.ส.แอมมี่ เป็นบุคคลตามหมายจับศาลจังหวัด พระนครศรีอยุธยาที่ 287/2563ลงวันที่ 30 ตุลาคม 2563

ข้อหา “ร่วมกันฉ้อโกงโดยแสดงตนเป็นคนอื่น” ด้วย ต่อมาได้ทำการสืบสวนจนกระทั่งทราบว่า ผู้ต้องหาได้หลบหนีมาพักอยู่ที่ ต.แสนสุข อ.เมืองชลบุรี จว.ชลบุรี จึงได้เดินทางมาตรวจสอบจนกระทั่งนำไปสู่การจับกุมผู้ต้องหา

จากการตรวจค้นห้องพักของ น.ส.แอมมี่ พบ บัตรเอทีเอ็มที่ใช้ในการกดเงินในคดีนี้ และบัตรเอทีเอ็มอื่น รวม 3ใบ โทรศัพท์ 3 เครื่อง ซิมการ์ด 5ใบ สมุดบัญชีของบุคคลอื่น 1 เล่ม และชุดต่าง ๆ ที่สวมใส่ในวันที่มีการกดเงิน โดย น.ส.แอมมี่ รับว่า บัตรเอทีเอ็ม, ซิมการ์ด, สมุดบัญชี ได้รับจากบุคคลที่อยู่ในขบวนการ (ขอปกปิดนาม) เพื่อใช้ในการติดต่อ และถอนเงินตามคำสั่ง และฝากเงินตามคำสั่ง โดยรับค่าจ้างในการทำงานวันละ 1,000 บาท จึงได้ส่งตัวให้พนักงานสอบสวน สภ.บางปะอิน คดีตามหมายจับ และจะได้ขยายผลจับกุมตัวการร่วมต่อไป

การขยายผลการดำเนินคดีดังกล่าวนี้ ทาง ผบช.สตม. ให้ความสำคัญอย่างยิ่ง เนื่องจากในห้วงที่มีการแพร่ระบาดของโควิด19 มีการเปิดให้ต่างชาติเข้ามาในประเทศตามวิถี New Normal ผู้ต้องหากับพวกที่ยังหลบหนีอยู่ฉวยโอกาสนี้กระทำผิดเอาผลประโยชน์เข้าตนเอง ไม่สนใจภาพลักษณ์ของประเทศไทย

การขยายผลจับกุมของ กก.สส.บก.ตม.3ในครั้งนี้ ดำเนินการภายใต้นโยบายของ ผบช.สตม. อันจะเป็นการสร้างความเชื่อมั่นของนักท่องเที่ยวนักลงทุนชาวต่างชาติและและสร้างภาพลักษณ์ที่ดีของประเทศไทย

ขณะที่อีก3คดี ชุดสืบสวน เป็นผลงานของกก.สส.บก.ตม 3 นายประเสริฐ (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 35ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับของศาลจังหวัดพังงา ที่ จ.58 ลงวันที่17มีนาคม 2564 ในข้อหา “ร่วมกันฆ่าผู้อื่น” หลบหนีคดีจากจังหวัดพังงา มาซ่อนตัวในพื้นที่จังหวัดชลบุรี ซึ่งอยู่ในความรับผิดชอบของ บก.ตม.3 จึงได้ออกสืบหาและติดตาม

จนกระทั่งได้พบตัวผู้ต้องหาที่บริเวณหน้าวัดเกาะลอย ต.ศรีราชา อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี ได้เข้าแสดงตัวและแสดงหมายจับ ผู้ต้องหารับว่าเป็นบุคคลตามหมายจับจริง จึงจับกุมตัวนำส่งร้อยเวรสอบสวนเพื่อดำเนินคดีต่อไป

อีกคดีน.ส.แจง(ขอปกปิดชื่อและนามสกุลจริง) มีหมายจับศาลจังหวัดสระบุรี ที่ จ.19/2564 ลงวันที่ 29 ม.ค. 64 ข้อหา “ร่วมกันไม่จ่ายค่าจ้างให้ถูกต้องครบถ้วน และไม่ปฏิบัติตามคำสั่งพนักงานตรวจแรงงาน” จึงได้ทำการตรวจสอบเกี่ยวกับผู้ต้องหารายนี้

และทราบว่า นอกจากหมายจับดังกล่าวแล้ว ผู้ต้องหารายนี้ ยังมีหมายจับศาลธัญบุรี จำนวน 2 หมาย และหมายจับศาลจังหวัดปทุมธานีอีก จำนวน 11 หมาย (เป็นหมายจับในชั้นพนักงานสอบสวนจำนวน 4 หมาย ,หมายจับระหว่างพิจารณาคดี 7 หมาย) จึงได้ทำการสืบสวนหาตัวผู้ต้องหารายนี้ จนกระทั่งได้พบตัวผู้ต้องหารายนี้ที่ บริเวณภายใน ต.สวนพริกไทย อ.เมืองปทุมธานี จ.ปทุมธานี จึงได้จับกุมตัวส่งพนักงานสอบสวนเพื่อดำเนินคดีต่อไป

คดีสุดท้ายจับหนุ่มเกาหลี สมาชิกแก๊งคอลเซ็นเตอร์ หนีหมายจับของสำนักงานตำรวจแห่งชาติประเทศเกาหลีใต้ และหมายแดงของตำรวจสากล (INTERPOL RED NOTICE) แอบอ้างเป็นเจ้าหน้าที่หน่วยงานราชการโทรศัพท์หลอกลวงผู้เสียหายจำนวนมาก มูลค่าความเสียหายกว่า 360 ล้านวอน (ประมาณ 9 ล้านบาท) เข้ามากบดานอยู่ที่พัทยาและอยู่คอนโดมิเนียมย่านอ่อนนุช กรุงเทพฯ

ADD YOUR COMMENT

Your email address will not be published. Required fields are marked *