‘จตุพร’ ให้รอดูหลังสงกรานต์ ม็อบไทยไม่ทนวุ่น แกนนำขออย่าชู 3 นิ้ว

‘จตุพร’ ลั่นหลังสงกรานต์ไทยไม่ทนเคลื่อนไหวชัดเจน ม็อบไทยไม่ทนวุ่น แกนนำขออย่าชู 3 นิ้ว ทำผู้ชุมนุมเดินออก ก่อนต้องขอโทษ-ชี้แจงวุ่น

เมื่อเวลา 17.45 น. วันที่ 5 เม.ย.64 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายจตุพร พรหมพันธุ์ แกนนำแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) ในฐานแกนนำกลุ่มไทยไม่ทน สามัคคีประชาชน เพื่อประเทศไทย เดินทางมาถึงเวทีปราศรัย บริเวณอนุสรณ์สถานพฤษภาประชาธรรม สวนสันติพร ถ.ราชดำเนิน

ทันทีที่นายจตุพรมาถึงตำรวจได้นำหมายมาแจ้งต่อนายจตุพรว่า การชุมนุมที่จัดขึ้นไม่ได้รับอนุญาต และไม่ถูกต้องตามพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) ควบคุมโรคติดต่อ โดยนายจตุพรให้สัมภาษณ์ว่า ตนเข้าใจการทำงานของตำรวจ ซึ่งสวนสันติภาพเป็นสวนที่คณะรัฐมนตรี (ครม.) อนุมัติให้สร้างอนุสรณ์สถานเพื่อบรรจุกระดูกของวีรชนพฤษภา 35 แต่สถานการณ์ตอนนี้ละเอียดอ่อน ก่อนจัดงานตนจึงทำหนังสือขออนุญาตแล้ว แต่ปรากฏว่าไม่ได้รับอนุญาตจากทางกทม. ซึ่งตนเข้าใจไม่มีปัญหา และเชื่อว่าคงมีการแจ้งข้อหาเป็นรายวัน แต่ก็ไม่เป็นไร เพราะพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เป็นปัญหาที่ใหญ่กว่า

นายจตุพร กล่าวว่า สำหรับการชุมนุมของกลุ่มไทยไม่ทน จะยังไม่มีการเคลื่อนพล จึงไม่มีเหตุที่ทำให้เจ้าหน้าที่ควบคุมฝูงชนต้องออกมา สาระวันนี้เราต้องการอธิบายความตามลำดับ เราต้องยอมรับความจริงว่าความขัดแย้งตลอด 15 ปีที่ผ่านมา เป็นเรื่องยากมากที่จะทำให้คู่ขัดแย้งมารวมกัน แต่ตนอยากทำสิ่งนี้ให้กับนายอดุลย์ เขียวบริบูรณ์ ในช่วงสุดท้ายของชีวิตที่ต้องการให้บ้านเมืองดีขึ้น ซึ่งคาดว่าหลังสงกรานต์จะมีความชัดเจนในการเคลื่อนไหวมากขึ้น

“วันนี้เราอยู่ในสภาพน้ำไม่เต็มแก้วไปก่อน ใครพร้อมก่อนก็มาก่อนเป็นสามัคคีเฉพาะหน้า เพราะพล.อ.ประยุทธ์เป็นปัญหาของชาติในหลายมิติ ส่วนการชุมนุมจะมีขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทั้งวันที่ 7 และวันที่ 8 เม.ย.นี้ แต่จะเว้นในวันพรุ่งนี้ (6 เม.ย.) แต่จะมีความชัดเจนในการเคลื่อนไหวอย่างแน่นอนในช่วงหลังสงกรานต์”นายจตุพรกล่าว

เมื่อถามว่าการออกมาเคลื่อนไหวครั้งนี้กังวลหรือไม่ว่าจะทำให้คดีความที่อยู่ระหว่างการดำเนินคดีเร็วขึ้น นายจตุพร กล่าวว่า ตนไม่มีความกังวลใดๆ เพราะโทษทุกคดีกับชีวิตที่เหลือยู่ของตนไม่เพียงพออยู่แล้ว ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้นตนน้อมรับตามกรรม แต่เราไม่สามารถให้พล.อ.ประยุทธ์บริหารประเทศได้อีกต่อไป ทั้งนี้ ตำรวจดำเนินการทางกฎหมายต่อคณะราษฎรอย่างไร ก็ปฏิบัติกับตนแบบนั้น แต่เราอยู่ในพื้นที่สวนสันติพรไม่ได้เคลื่อนไหวไป และการต่อสู้ทางการเมืองไม่ควรมีใครต้องติดคุกแม้แต่วันเดียว เพราะเป็นการต่อสู้ทางความคิด

เมื่อถามถึงกรณีที่นายสนธิญา สวัสดี เตรียมแจ้งความดำเนินคดีมาตรา 112 นายจตุพร กล่าวว่า จะทำอะไรก็ได้ แต่ที่ผ่านมามาตรา 112 ถูกหยิบยกมาเป็นเครื่องมือทำลายฝ่ายตรงข้าม และปกป้องตัวเอง จะแจ้งความตนก็ว่ากันไป แต่ตนจะดำเนินคดีกลับในข้อหาแจ้งความเท็จ เพราะที่ตนปราศรัยไม่มีอะไรเกี่ยวกับมาตรา 112 ตนขอท้าให้มาเลยว่าผิดมาตรา 112 ตรงไหน จึงไม่มีอะไรต้องคิดมากขอให้เจอกันสักตั้ง

จากนั้นเวลา 18.00 น. บริเวณเวทีปราศรับมีการยืนเคารพธงชาติ โดยประชาชนบางคนชู 3 นิ้ว บางคนชูกำปั้น ต่อมานายอดุลย์ เขียวบริบูรณ์ ประธานคณะกรรมการญาติวีรชน 35 ขึ้นเวทีปราศรัยโดยระบุว่า ไม่ต้องการให้ชู 3 นิ้ว ในการชุมนุมของกลุ่มไทยไม่ทน ทำให้เกิดความวุ่นวายขึ้น โดยกลุ่มการ์ดอาชีวะที่มาร่วมชุมนุมไม่พอใจ และเริ่มเดินออกจากพื้นที่ ทำให้ผู้ชุมนุมบางส่วนเดินออกด้วย

ก่อนที่ส.อ.ณรงค์ชัย อินทรกวี หรือหมู่อาร์ม และนายจตุพร จะขึ้นเวทีเพื่อทำความเข้าใจพร้อมกับกล่าวคำขอโทษที่มีความเข้าใจผิดเกิดขึ้น โดยนายจตุพร กล่าวว่า ทุกคนมีเป้าหมายเดียวกันคือไล่พล.อ.ประยุทธ์ หนักนิดเบาหน่อยขอให้อภัยกัน เพราะศัตรูของเราคือพล.อ.ประยุทธ์ นั่นคือศัตรูที่ใหญ่ที่สุด เรื่องอื่นเล็กหมดก็ขออภัยแล้วมานั่งกันเหมือนเดิม และไม่ว่าใครจะชู 3 นิ้วก็ทำได้ จากนั้นนายอดุลย์ขึ้นเวทีปราศรัยอีกครั้ง กล่าวคำขอโทษกลุ่มอาชีวะที่เกิดความเข้าใจผิด การชุมนุมปราศรัยจึงดำเนินต่อไปได้อย่างราบรื่น

ADD YOUR COMMENT

Your email address will not be published. Required fields are marked *